Aonang Villa Resort รีสอร์ทระดับ 4 ดาวริมชายหาดอ่าวนาง มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ลงตัวระหว่าง ความหรูหรา ความสะดวกสบาย และทำเลที่ดีที่สุดใจกลางกระบี่ พร้อมห้องพักและสวีทจำนวน 157 ห้อง ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน มีให้เลือกทั้งวิวสวน วิวสระว่ายน้ำ และวิวทะเล เหมาะสำหรับทั้งคู่รัก ครอบครัว และนักเดินทางที่มองหาการพักผ่อนอย่างมีระดับ
จุดเด่นที่สร้างความประทับใจ
ทำเล Beachfront ระดับพรีเมียม ติดหาดอ่าวนาง เดินเพียงไม่กี่ก้าวถึงชายหาด
ใกล้แหล่ง ร้านอาหาร คาเฟ่ ช้อปปิ้ง ไนท์มาร์เก็ต และท่าเรือท่องเที่ยวเกาะ
สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้ง สระว่ายน้ำ 2 สระ ฟิตเนส ซาวน่า สตรีม และจากุซซี่
ตอบโจทย์ครอบครัวด้วยนโยบาย เด็กอายุ 2–3 ปีพักฟรี
ห้องอาหารและบริการครบ ทั้ง บุฟเฟต์อาหารเช้า ร้านอาหาร คอฟฟี่ช็อป และ Room Service
บริการเหนือระดับด้วย Wi-Fi ฟรี Concierge บริการซักรีด รับส่งสนามบิน และฝากสัมภาระ
ห้องพักกว้างขวาง พร้อม ระเบียงส่วนตัว มินิบาร์ ทีวี และเครื่องปรับอากาศ
เหมาะสำหรับกิจกรรมพักผ่อนและท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น เล่นน้ำทะเล ดำน้ำ พายเรือคายัค หรือ Island Hopping
ได้รับความนิยมสูงจากแขกผู้เข้าพักในด้าน ทำเลยอดเยี่ยม การบริการอบอุ่น และความคุ้มค่า
Aonang Villa Resort คือจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการ การพักผ่อนริมทะเลระดับพรีเมียม พร้อมเข้าถึงเสน่ห์ของกระบี่ได้อย่างง่ายดาย
บริษัท อ่าวนางวิลล์ จำกัด หรือ โรงแรม อ่าวนางวิลล่า รีสอร์ท มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความรับผิดชอบด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยตระหนักและให้ความสำคัญต่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจและบริการ จึงมีนโยบายการจัดการพลังงานและดูแลส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้มีการกำหนดนโยบายและการจัดการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
นโยบายด้านการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม
1.การอนุรักษ์พลังงานและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด การควบคุมจัดการน้ำเสีย การนำกลับมาใช้ใหม่ การวางแผนการจัดการภายในบริษัท ลดวัสดุสิ้นเปลือง คัดแยกขยะและจัดการอย่างเหมาะสม รวมถึงทำกิจกรรมเกี่ยวกับรณรงค์สิ่งแวดล้อม รวมถึงเลือกวัสดุผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เช่น กระดาษ ผ้า
2.การรักษาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ กำหนดข้อปฏิบัติในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า น้ำ ให้ทุกแผนกในบริษัทฯ ปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน โดยรณรงค์ให้ใช้อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ปิดไฟและแอร์ในระหว่างพักกลางวัน เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศา เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะหลอดไฟ เครื่องปรับอากาศ หรือพลังงานทดแทนด้านแสงอาทิตย์
3.การรณรงค์ และให้ความรู้ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงานให้กับพนักงานในบริษัท
ให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงาน และประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้ พนักงานได้รับทราบอย่างทั่วถึงผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งรณรงค์ปลูกจิตสำนึกโดยการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ลดละเลิกการใช้พลาสติก การใช้ถุง Re-use ส่งเสริมการใช้ถุงผ้า ทำกิจกรรมประหยัดพลังงาน ป้ายรณรงค์การประหยัดพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม
4.บริษัทฯ แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงานและด้านสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่ส่งเสริมการจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม รวมถึงรณรงค์สร้างจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการทำงาน
แนวทางการอนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น 4 ด้าน
ด้านการอนุรักษ์พลังงาน
- ระบบไฟฟ้าในห้องพักที่ควบคุมโดยระบบคีย์การ์ด
- ทำความสะอาดตะแกรงท่ออากาศและหน้ากากแอร์ทุก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย
- โปรแกรมการบำรุงรักษาเชิงป้องกันสำหรับการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
- ตู้เย็นในห้องพักแขกทุกห้องถูกตั้งอุณหภูมิที่พอเหมาะ 25 องศา ไฟและตู้เย็นในห้องพักที่ไม่มีผู้เข้าพักทุกห้องจะถูกปิด
- หลอดไฟประหยัดพลังงานภายในทางเดินห้องพักและอีกหลายจุดในห้องพัก
- การตั้งเป้าในการลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้า
- การติดป้ายบริเวณสวิตซ์ไฟทุกจุดของห้องพนักงานปิดหลังจากไม่ใช้แล้ว รณรงค์ให้พนักงานประหยัดค่าไฟ
- ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างทั้งหมดถูกหรี่ลงในช่วงกลางคืนและช่วงกลางวันที่ยังมีแสงสว่าง
- การทำความสะอาดระบบไฟส่องสว่างทุกเดือน
- มีการตรวจเช็คของแผนกช่างและแม่บ้านปิดไฟในส่วนที่ไม่จำเป็น จะต้องใช้ในตอนกลางคืนและตอนเช้า
- ช่วงเวลาการให้บริการในบางส่วน อาทิเช่น สระว่ายน้ำ ถูกจัดการและปรับเปลี่ยนเวลาเพื่อลดการใช้
- การทำบันทึกการใช้พลังงานเป็นประจำทุกวัน และรายงานที่ประชุมทราบแก้ไขในจุดที่มีปัญหา
ด้านการอนุรักษ์น้ำ
- ลดระดับคลอรีนให้เหลือเพียง 10%
- น้ำและอ่างน้ำจากุซซี่จะถูกปิดเมื่อไม่มีการใช้
- ความคุมการไหลของฝักผัวในห้องพักแขกที่ถูกปรับเพื่อให้ประหยัดการใช้น้ำ
- การลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับทำความสะอาดห้องน้ำและพื้นที่อื่นๆ
- การตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำอย่างสม่ำเสมอ
- การใช้ระบบประหยัดน้ำที่ก๊อกน้ำในห้องพักและพื้นที่สาธารณะ
- รณรงค์ให้พนักงานหลีกเลี่ยงการเปิดก๊อกน้ำขณะล้างอาหาร
- การนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ เช่น ใช้ในการรดน้ำต้นไม้
- การทำบันทึกการใช้น้ำเป็นประจำทุกวัน และรายงานที่ประชุมทราบ (ควบคุมการใช้น้ำประจำวัน)
- การแจ้งระดับการใช้น้ำให้พนักงานทราบ โดยเฉพาะในฤดูร้อน
- การเลือกปลูกต้นไม้ที่ต้องการน้ำน้อย
- การรดน้ำสวนในตอนกลางคืนเท่านั้น
- การตรวจสอบ จัดการเกี่ยวกับเชื้อลีเจียนแนร์
ด้านการจัดการของเสีย
- น้ำเสีย (น้ำจากการอาบน้ำ, น้ำที่ใช้ในการทำความสะอาด, น้ำจากห้องน้ำ, น้ำจากสระว่ายน้ำ และอื่นๆ) จะเข้าสู่
กระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม
- การใช้จุลินทรีย์ (แบคทีเรีย) สำหรับระบบบำบัดน้ำเสีย
- ขยะทั้งหมดถูกคัดแยกอย่างเหมาะสมตามประเภท : ขยะเปียก, ขยะแห้ง, แก้ว, พลาสติกที่เป็นอันตราย / เป็นพิษ,
สารเคมี ฯลฯ )
- การรณรงค์ไม่ให้ทิ้งขวดแก้ว เพื่อเพิ่มปริมาณขวดแก้วในการนำไปรีไซเคิล
- ใบไม้แห้งถูกนำไปใช้เป็นปุ๋ย
ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- โดยรอบของโรงแรมจะปลูกต้นไม้โดยรอบช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ
- นำส่วนของดอกไม้ที่ร่วงโรยมา ประดิษฐ์นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ลูกตีนเป็ด, ลูกยาง
- โรงแรมถูกสร้างด้วยพื้นที่เปิดโล่งจำนวนมาก (ทางเดิน, ล็อบบี้, ห้องอาหาร) เพื่อลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และ การ
จัดฝึกอบรมพนักงานและรณรงค์ให้รีสอร์ทของเรามีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- การคัดแยกขยะ ลดการใช้พลาสติก หรือ การนำกลับมาใช้ซ้ำ
- การหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุกำจัดยาก เช่น กล่องโฟม การใช้จานหรือแก้วกระดาษ ยาฆ่าแมลง ควรใช้สมุนไพรเป็นสาร
กำจัด
- การซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการซ่อมแซมวัสดุที่ใช้แล้ว ที่สามารถซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น การ
ซ่อมแซมเสื้อผ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด