วันนี้การท่องเที่ยวไทยที่ครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ วัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง รวมทั้งวิถีชีวิตที่จะช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจ ล้วนสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ท่องเที่ยวของโลกในปี 2026 ที่กระแสการท่องเที่ยวฮีลใจในอ้อมกอดธรรมชาติ เดินเทรลสัมผัสผืนป่า และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบคาร์บอนต่ำที่ดีต่อสุขภาพกายและใจกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการมีสุขภาพดีแบบยืนยาว ซึ่งแน่นอนว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบคาร์บอนต่ำคือคำตอบ 🌿 เพราะแค่เปลี่ยนจากรถยนต์เป็นการเดิน ปั่นจักรยาน พายคายัค ก็เท่ากับออกกำลังกาย หรือเลือกกินอาหารปรุงจากวัตถุดิบในชุมชนตามฤดูกาล ก็จะได้คุณค่าทางโภชนาการและสามารถหลีกเลี่ยงปุ๋ยเคมีในการเร่งผลผลิตที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งวัตถุดิบที่ต้องเดินทางข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค หรือนำเข้าจากต่างประเทศได้อีกด้วย
🏕️ ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนนักท่องเที่ยวในเอเชียราว 68% กำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือที่พักที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ป่าเขา อากาศบริสุทธิ์ พร้อมการพักผ่อนในจังหวะ slow life ที่เนิบช้าลง รวมทั้งเลือกเดินทางช่วง off season เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด แย่งกันใช้ทรัพยากรและพลังงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ส่วนรายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2025 จากเว็บไซต์จองที่พักระดับโลก Bookings.com พบว่าความตระหนักรู้ของนักเดินทางได้เปลี่ยนไป โดยนักเดินทางรุ่นใหม่มองว่าการเดินทางที่คำนึงถึงผลกระทบเชิงบวกต่อจุดหมายปลายทาง ชุมชนท้องถิ่น และระบบนิเวศมีความสำคัญมากขึ้น ทำให้การเดินทางแบบใส่ใจโลกกลายเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวกระแสหลักในปีที่ผ่านมาและได้รับความสนใจมากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้เดินทางชาวไทยที่ยังคงเดินหน้าให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากถึง 95%
🌍 นอกจากนี้ผลสำรวจของ TAT Academy จากปี 2024 พบว่า 76% ของนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงยอมจ่ายให้กับทางเลือกที่คุ้มค่าเพื่อความยั่งยืนมากกว่า และในอนาคตพวกเขาจะมองหา “Luxury Package” แพ็คเกจท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน เช่น มี carbon-tracking ในแพ็กเกจทัวร์หรือพัก เป็นต้น ตอกย้ำว่าความรับผิดชอบต่อโลกได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ความหรูหรา” ของยุคสมัยใหม่ไปแล้ว ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2030 กลุ่มตลาดมูลค่าสูง (High-Value Travelers) ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนจะมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดิมที่การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนเป็นเทรนด์เฉพาะกลุ่ม โดยคาดว่าภายในปี 2030 สัดส่วนของรายได้จากการท่องเที่ยวยั่งยืนจะขยับขึ้นมากกว่า 50% ของรายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งหมดของไทย เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่อย่าง Millennials และ Gen Z ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมจะขยับขึ้นมาเป็นลูกค้าหลักของตลาดนั่นเอง
#CFHOTELS #รักโลกต้องเช็คอิน #รักโลกต้องพัก